ประวัติ อาร์ม ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง พ่อมดฟุตซอลไทย

     ประวัติ อาร์ม ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง เป็นอีกหนึ่งคนของ นักฟุตซอลทีมชาติไทย ที่โด่งดังไปทั่วโลกและทั่วเอเชียได้รับยกย่องว่าเขาคือ พ่อมดฟุตซอล อีกหนึ่งคนผ่านการค้าแข้งในต่างแดนมามากมีแต่ทีมชั้นนำของเอเชียที่เขาได้ไปร่วมทัพ และยังสามารถผงาดคว้าแชมป์กับทีม ฟุตซอล ในญี่ปุ่นได้อีกด้วยเป็นอีกหนึ่งคนของวงการฟุตซอลไทยที่น่าติดตามเป็นอย่างมาก วันนี้ทางทีมงาน เว็บข่าวฟุตซอลออนไลน์ จึงได้นำข้อมูลเกี่ยวกับ อาร์ม ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง มานำเสนอให้ทุกท่านได้รู้จักกันมากยิ่งขึ้น

ประวัติ อาร์ม ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง

พ่อมดฟุตซอลไทย

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อเต็ม : ร้อยตำรวจเอกศุภวุฒิ เถื่อนกลาง (อาร์ม)

วันเกิด : เกิดวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2532 (32 ปี)

สถานณ์ที่ : จังหวัดราชบุรี ประเทศไทย

ส่วนสูง : 1.79 เมตร (5 ฟุต 10 นิ้ว)

สโมสรปัจจุบัน : ชลบุรี บลูเวฟ

ตำแหน่งที่เล่น : หน้าเป้า

สวมเสื้อเบอร์ : 9

ลงเล่น : 2550–ปัจจุบัน

เส้นทางการเล่นฟุตซอลก่อนเข้าสู่สโมสรฟุตซอลอาชีพ

ประวัติ อาร์ม ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง พ่อมดฟุตซอลไทย

     ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง มีถิ่นกำเนิดมาจากอำเภอโพธารามจังหวัดราชบุรี เป็นบุคคลที่ชอบในเรื่องของฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก แต่โรงเรียนที่เขาเรียนในตอนนั้นไม่โดดเด่นในเรื่องของฟุตบอล จึงได้หันมาเล่นฟุตซอลแทนในช่วงประมาณมัธยมตอนต้นและได้ฝึกซ้อมมาเรื่อยๆ โดยมี อนุชา มั่นเจริญ นักฟุตซอลทีมชาติไทยตอนนั้น เป็นแรงบันดาลใจในตอนนั้นจนเป็นกำลังหลักของ โรงเรียนโพธารามวัฒนาเสนี ในช่วงมัธยมปลายและกวาดแชมป์มาครองได้สำเร็จ หลังจากนั้นศุภวุฒิในวัย 18 ปีก็ได้ก้าวขึ้นสู่เยาวชนของสโมสร ชลบุรี บลูเวฟ และ เยาวชนทีมชาติไทย และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนมาในปี 2550 เจ้าตัวได้ขึ้นเล่น สโมสรฟุตซอล อาชีพกับชลบุรีบลูเวฟอย่างเป็นทางการ

ก้าวสู่สโมสรฟุตซอลอาชีพ 

ประวัติ อาร์ม ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง พ่อมดฟุตซอลไทย

     สโมสรฟุตซอล ชลบุรี บลูเวฟ ได้เซ็นสัญญากับ ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง ตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบันนี้ แต่เจ้าตัวก็ถูกยืมไปต่างสโมสรอย่างมากมาย ผลงานของศุภวุฒิในช่วงแรกที่อยู่กับชลบุรี 2550-2559 เขาก็ทำผลงานกับชลบุรีได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการคว้าแชมป์ ฟุตซอลไทยลีก ไปถึง 7 สมัยและ ฟุตซอลไทยเอฟเอคัพ อีก 4 สมัย

การค้าแข้งต่างแดน

     จนทำให้ในปี 2560 สโมสร เมส ซุนกุน ทีมแก่งจาก อิหร่านฟุตซอลซูเปอร์ลีก ดึงตัวไปร่วมทัพด้วยสัญญายืมตัว ได้รับโอกาสลงสนามไปทั้งหมด 6 ทำไปได้ 3 ประตู และฤดูการต่อมา 2561 ต้องย้ายสโมสรอีกและเป็นสัญญายืมตัวจากชลบุรีเหมือนเดิม โดยเจ้าตัวย้ายไปเล่นให้กับ แบล็คสตีล มาโนกวารี ทีมจาก อินโดนีเซีย และเจ้าตัวก็พาสโมสรดังกล่าวเข้าสู่รอบเพลย์ออฟตัดสินแชมป์ แต่สุดท้ายต้องกลับไทยก่อนเพราะต้องกลับมาอยู่กับสโมสรก่อนที่ตลาดซื้อขายนักเตะจะปิดลง 

ประวัติ อาร์ม ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง พ่อมดฟุตซอลไทย

     ต่อมาในปี 2563-2565 สโมสร นาโงยะ โอเชียนส์ ทีมจาก ฟุตซอลลีกญี่ปุ่น ได้ติดต่อยืมตัวศุภวุฒิไปร่วมทัพ 2 ฤดูกาลและเจ้าตัวก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับสโมสรดังกล่าวลงสนามไป 7 นัดทำได้ 11 ประตูและยังเป็นส่วนสำคัญที่พาทีม นาโงยะ โอเชียนส์ คว้าแชมป์ ฟุตซอลลีก ไปครองได้สอสมัยติดต่อกัน และเขาคือคนไทยคนแรกที่สามารถคว้าแชมป์ในลีกของประเทศญี่ปุ่นได้ จนถูกยกย่องให้เป็น พ่อมดแห่งวงการฟุตซอลแนวหน้าของโลก

กลับสู่สโมสรฟุตซอลไทยอีกครั้ง

พ่อมดฟุตซอลไทย

     ในปี 2566 ได้กลับประเทศไทยเพื่อที่จะมารักษาตัวเพราะเจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บหัวเข่าต้องทำการผ่าตัดและใช้เวลาพักฟื้นอยู่สักพักหนึ่งก่อนที่จะคัมแบ็กกลับมาเล่น ฟุตซอลไทยลีก ให้กับต้นสังกัด ชลบุรี บลูเวฟ และปัจจุบันนี้ยังคงเป็นกำลังหลักสำคัญของสโมสรพร้อมกับถูกแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีมคนใหม่ หลังจากที่ กัปตันช้าง กฤษดา วงษ์แก้ว ถูกยืมตัวไปเล่นฟุตบอล และเขาก็ยังยิงประตูได้อย่างต่อเนื่องจบเลกแรกในฤดูกาล 2566 พาชลบุรีบลูเวฟอยู่อันดับที่ 3  ของตารางฟุตซอลไทยลีก และยังคงมีลุ้นที่จะคว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้ และยังเป็นกัปตันทีมขวัญใจ แฟนฟุตซอล ของชลบุรีอีกด้วย

ศุภวุฒิกับทีมชาติไทย

พ่อมดฟุตซอลไทย

     ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง สามารถก้าวขึ้นสู่ทีมชาติไทยได้ตั้งแต่รุ่นเยาวชน 18 ปี พาทีมชาติไทยประสบความสำเร็จมามากมาย ตั้งแต่รุ่นเยาวชนถึงปัจจุบัน ในปี 2553  อาร์มยังได้รับเลือกเป็น นักเตะเยาวชนดาวรุ่ง ไปฝึกที่ประเทศสเปนในตำแหน่งหน้าเบ้า และยังพา โต๊ะเล็กทีมชาติไทย สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายใน ฟุตซอลชิงแชมป์โลก ถึง 3 ครั้งติดต่อกัน และยังสามารถกดแฮตทริกในฟุตซอลชิงแชมป์โลกได้อีกด้วย พร้อมกับการคว้ารางวัลดาวซัลโว ฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย 2559 มาครองอีก 1 สมัย เป็นตำนาน ฟุตซอลทีมชาติไทย หมายเลข 9 ที่สร้างชื่อเสียงให้กับวงการ ฟุตซอลไทย อย่างมาก

เกียรติประวัติ 

พ่อมดฟุตซอลไทย

สโมสร

ชลบุรี บลูเวฟ

  • แชมป์ ฟุตซอลไทยแลนด์ลีก : 2009, 2010, 2011–2012, 2012–2013, 2014, 2015, 2016
  • แชมป์ ฟุตซอลเอฟเอคัพ : 2010, 2011–2012, 2014, 2015
  • แชมป์ เอเอฟซีฟุตซอลคลับแชมเปียนชิพ : 2013, 2017

นาโงยะ โอเชียนส์

  • แชมป์ ฟุตซอล เอฟลีก : 2020-2021, 2021-2022

รางวัลส่วนตัว

  • พ.ศ. 2556 : รางวัลนักเตะทรงคุณค่าของรายการฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย
  • พ.ศ. 2556 : รางวัลนักฟุตซอลแห่งปีของทวีปเอเชีย
  • พ.ศ. 2557 : รางวัลนักฟุตซอลยอดเยี่ยม งานฟุตบอลสยามโกลเด้นบอล ครั้งที่ 4
  • พ.ศ. 2559 : รางวัลดาวซัลโวของรายการฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย

ติดตามข่าวสารฟุตซอลเพิ่มเติม :: หน้าแรก